แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดาราศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดาราศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ดาราศาสตร์ยากนักเหรอ "ใช้นิทาน-ตำนานของดวงดาวช่วยสิ!!"

การจะสอนดาราศาสตร์ให้ดูน่าสนใจนั้น ถ้าหากเราเอาแต่เรื่องวิชาการมาสอน เอาสูตรสารพัดสูตรมาสอนนั้น เชื่อได้ว่าตามนิสัยของคนไทยที่ไม่ค่อยจะชอบอะไรที่ดูเคร่งเครียดนัก ก็ดูจะเป็นอะไรที่ยากมากๆที่จะทำให้มีคนมาสนใจดาราศาสตร์
และเมื่อเราคิดว่ายากและไม่สนุกไปก่อน ไม่ว่าเราจะพยายามอย่างไร เราเองและผู้ที่เราทำการสอนก็ยิ่งยากที่จะเข้าใจ
ผมเชื่อโดยส่วนตัวว่าการเรียนดาราศาสตร์นั้น ไม่ได้สำคัญแค่การรู้จักดาว รู้สภาพของดาว หรือดาวดวงไหนชื่ออะไรประกอบด้วยอะไรเท่านั้น
แต่การเรียนดาราศาสตร์นั้นเป็นเหมือนประตูที่เปิดสู่โลกของจินตนาการที่กว้างใหญ่มหาศาล

จากประสบการณ์ที่ได้พบได้เห็นเด็กๆที่สนใจดาราศาสตร์หลายๆคนนั้น มักจะเป็นคนที่มีจินตนาการสูงและมีความคิดสร้างสรรค์
นั่นอาจเป็นเพราะวิชาดาราศาสตร์เป็นวิชาที่เปิดกว้าง และสร้างจินตนาการให้คนที่สนใจได้มากมาย
ความรู้ที่เรามีในปัจจุบันเกี่ยวกับดาราศาสตร์ นับว่าน้อยนิดเมื่อเที่ยบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่
จนเราสามารถที่จะพูดอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับอวกาศ เช่น ในอวกาศมีโลกอีกโลกที่ใช้ภาษาไทยทั้งโลกเลย
เราจะไม่สามารถตอบได้อย่างถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามันผิดหรือถูกในเรื่องของอวกาศ
เพราะอวกาศกว้างใหญ่มาก ตราบใดที่เรายังไม่สามารถไปตรวจสอบให้ทั่วจักรวาล(ซึ่งแทบไม่มีทางเป็นไปได้เลยในปัจจุบัน) เราก็ไม่สามารถไปบอกว่าสิ่งที่เราพูดผิดได้
พูดมาเสียยืดยาวก็เพื่อจะบอกว่าการเรียนดาราศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญที่ควรได้เรียนรู้ไว้
แต่หลายคนก็ไม่รู้จะเริ่มต้นเรียนรู้หรือเริ่มต้นสอนอย่างไร
วันนี้ก็ขอแนะนำวิธีการที่ใช้ได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ก็คือการใช้ นิทาน หรือตำนานของชื่อของดวงดาวในการสร้างความสนใจดาราศาสตร์
หลายท่านอาจไม่ทราบว่า ชื่อของดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์บนท้องฟ้า หรือกลุ่มดาวต่างๆนั้นมีเรื่องราว นิทาน ตำนาน หลายชาติหลายภาษา หรือแม้แต่การ์ตูนญี่ปุ่นที่เด็กๆสนใจที่สามารถจะหยิบยกมาประกอบการสอน ให้เราสนุกกับการทำความรู้จักและจดจำเรื่องดวงดาวต่างบนท้องฟ้าได้อย่างดี
ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของดาวลูกไก่ซึ่งเราก็รู้จักกันเป็นอย่างดีมาเชื่อมโยงกับการอธิบายเรื่องดาวลูกไก่ เป็นการเติมความรู้ใหม่ให้กับความรู้เดิมที่เรามีอยู่แล้ว ซื่งจะทำให้สามารถจดจำได้ง่ายกว่าการสอนหรือเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด


ภาพจากการ์ตูนญี่ปุ่นเซนต์เซย่าที่มีเรื่องของกลุ่มดาวจักราศีและกลุ่มดาวอื่นๆเป็นองค์ประกอบของเรื่อง

การ์ตูนญี่ปุ่น เช่น เรื่อง เซนต์เซย่า (ปัจจุบันยังมีขายทั้งหนังสือการ์ตูนและวีดีโอซีดี) มีการกล่าวถืงตัวการ์ตูนที่ใส่ชุดเกราะ(ชุดครอส)ที่เป็นสัญลักษณ์แทนกลุ่มดาวต่างๆบนท้องฟ้า ซึ่งเรียกได้ว่าแทบจะมีเกือบทุกกลุ่มดาวบนท้องฟ้าเลยก็ว่าได้
นอกจากนี้แล้วเรายังอาจดูกลุ่มดาวบนท้องฟ้าแล้วลองแต่งเรื่องราวของเราเอง หรือให้คนที่เราทำการสอนลองเขียนเรื่องราวที่เขาคิดจากดาวที่เขารู้จัก หรือให้เด็กๆวาดรูปเป็นเรื่องราวของดวงดาว กลุ่มดาวที่เราได้สอนไปก็ยังได้
สิ่งเหล่านี้จะทำให้การสอนดาราศาสตร์ไม่น่าเบื่อและดูไกลตัวอีกต่อไป
และยังทำให้เราเองและผู้ที่เรียนสนุกไปพร้อมกับการได้รับความรู้ไปโดยไม่รู้ตัว และจะจำได้โดยไม่ลืมง่ายๆ
สำหรับท่านที่ไม่รู้จะไปเรียนรู้เรื่องราวเหล่านี้ที่ไหน ผมเองก็อาสาจะตามหามาให้ท่านที่สนใจในตอนต่อๆไปนะครับ


โครงการอพอลโลที่ทำการส่งมนุษย์ไปบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ตั้งชื่อตามเทพอพอลโลที่เป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ของโรมัน

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ฝนดาวตกคนคู่ (Geminids)

คืนวันที่ 12-13 ธันวาคมนี้ ผมมีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจมากเหตการณ์หนึ่งมาแนะนำให้ทุกท่านได้มีโอกาสชมกันนะครับ

นั่นก็คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่าฝนดาวตกนั่นเอง

แต่ปรากฏการณ์ฝนดาวตกมันเป็นอย่างไรกัน

ก็ขออนุญาตอธิบายได้ตามความรู้ที่ผมมีดังนี้ครับ
ปรากฏการฝนดาวตก คือ ปรากฏการที่มีการตกของอุกกาบาตหรือที่เราเรียกกันว่า ดาวตก หรือผีพุ่งไต้ ตกจากท้องฟ้ามองเห็นเป็นเส้นแสงสวยงามปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมาก คล้ายกับฝนของดวงดาวที่กำลังตกจากท้องฟ้าครับ


แล้วมันเกิดจากอะไรกันล่ะ??
ปรากฏการฝนดาวตกเกิดขึ้นได้จากการที่ดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยได้มีวงโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ โดยโคจรตัดผ่านวงโคจรของโลกและได้ทิ้งเศษฝุ่น และวัตถุขนาดตามเส้นทางโคจรที่ดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยนั้นผ่านมาครับ
เมื่อโลกได้โคจรผ่านบริเวณที่ดาวหางดังกล่าวได้ผ่านมา แรงดึงดูดของโลกก็จะดึงดูดเศษฝุ่น เศษฝุ่นผงจำนวนมากที่ดาวหางได้ทิ้งไว้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกและเสียดสีกับชั้นบรรยากาศทำให้เกิดความร้อนและเผาเศษวัตถุนั้นจนไหม้หายวับไปภายในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น ทำให้เรามองเห็นเป็นเส้นสว่างสวยงามเป็นจำนวนมาก คล้ายกับสายฝนเราจึงเรียก ปรากฏการนี้ว่า ฝนดาวตก (Meteors Shower) ยังไงล่ะครับ

แล้วฝนดาวตกที่กำลังจะเกิดขึ้นนี่ล่ะเป็นอย่างไร??

ฝนดาวตกที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้มีชื่อว่าฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids Meteors shower) หรือฝนดาวตกคนคู่ จะเกิดขึ้นช่วงประมาณ วันที่ 7-15 ธันวาคม ของทุกปี และจะตกมากที่สุดในคืนวันที่ 12-14 โดยจมีอัตราการตก 50-100 ดวงต่อชั่วโมง จุดศูนย์กลางการตก (Radiant) ใกล้กับดาวคัสเตอร์ (Castor) ในกลุ่มดาวคนคู่ (GEMINI)(หาตำแหน่งดาวคนคู่ได้จากโปรแกรมท้องฟ้าจำลอง Stellarium คลิกเพื่อดาว์นโหลดโปรแกรมฟรีครับ)

ภาพจากhttp://www.windows.ucar.edu/asteroids/images/asteroid_3200_phaethon_orbit_sm.gif
เข้าใจว่า ฝนดาวตกเจมินิดส์เกิดจากแกนกลางของดาวหาง ที่สลายตัวหมดแล้ว กลายเป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีชื่อว่า แฟทอน(3200Phaethon) ในปัจจุบัน

สิ่งที่น่าสนใจในฝนดาวตกเจมินิดส์คือจะมีโอกาสให้เราเห็นดาวตกสว่างมากๆ ที่เรียกว่า ลูกไฟ หรือ Fire ball การสังเกตฝนดาวตกนี้ กลุ่มดาวคนคู่จะขึ้นจากขอบฟ้าด้านทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือเล็กน้อย และในปีนี้จะเริ่มเห็นฝนดาวตกได้ตั้งแต่เวลา 21.00 น.เป็นต้นไป แม้ปีนี้จะมีอุปสรรค์จากการที่เวลาที่เริ่มมีการตกจะมีแสงจันทร์รบกวนค่อนข้างมาก เป็นช่วงที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกที่สุดด้วย และเป็นฝนดาวตกที่มีขนาดของลูกไฟไม่ใหญ่มากเท่ากับฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต หรือลีโอนิดส์ แต่ก็มีอัตราการตกต่อชั่วโมงค่อนข้างสูง ถ้าอยู่ในสถานที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิทและไม่มีแสงรบกวนมากเกินไป ก็น่าจะมองเห็นฝนดาวตกกลุ่มนี้ได้ชัดเจนพอสมควร ก็ถือได้ว่าฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่เป็นฝนดาวตกที่น่าสนใจมากอีกกลุ่มหนึ่งเลยครับ


การสังเกตหรือการชมฝนดาวตกนั้นจริงๆแล้วก็สามารถชมได้หลายครั้งต่อปี ตามที่โลกโคจรผ่านแนวการโคจรของดาวหางซึ่งมีอยู่หลายจุด แต่ในแต่ละปีจะมีจำนวนหรือความถี่ของการตกมากน้อยไม่เท่ากัน รวมทั้งช่วงเวลาของการเกิดปรากฏการณ์ว่าอยู่ในช่วงเวลาไหน เช่นถ้าเกิดฤดูฝนก็จะมองเห็นได้ยากยิ่งขี้น

ปรากฏการฝนดาวตกนั้นจะสามารถสังเกตจากท้องฟ้าได้แทบทุกที่ในประเทศ แต่สำหรับในเมืองใหญ่นั้นก็จะมีโอกาสมองเห็นได้น้อยเนื่องจากมีมลภาวะและฝุ่นผงในอากาศมาก ทั้งยังมีแสงไฟรบกวนอีกด้วย ถ้ามีโอกาสหรือสามรถเดินทางไปเฝ้าชมหรือสังเกตการณ์ในสถานที่ที่ห่างไกลจากเมือง ก็จะทำให้เราสามารถชมปรากฏการฝนดาวตกได้ชัดเจนและสวยงามมากกว่าในเมืองหลายเท่าครับ
ส่วนวิธีการสังเกตฝนดาวตกนั้นก็ คือ ยืนหรือนั่ง(แต่จะให้ที่ดีที่สุดคือควรนอนราบไปเลยครับ) โดยหันหน้าไปทางกลุ่มดาวที่เป็นจุดกำเนิด ในฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ให้มองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเล็กน้อยในช่วงหัวค่ำ และมองไปบริเวณกลางท้องฟ้าในตอนดึก (กลุ่มดาวที่เป็นศูนย์กลางฝนดาวตกจะขึ้นสูงจากขอบฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆครับ) มองท้องฟ้ารอบกลุ่มดาวกว้างๆ เท่านี้ท่านก็จะได้ชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกได้อย่างมีความสุขแล้วครับ

การเตรียมการชมปรากฏการณ์ฝนดาวตก
1. เตรียมอุปกรณ์ในการสังเกต ได้แก่
- ไฟฉาย - แผนที่ดาว - เข็มทิศ (ถ้ามี)
- กล้องดูดาว หรือกล้องส่องทางไกล (ถ้ามี)
2. แต่งกายให้รัดกุมและเหมาะสมกับสภาวะ
อากาศ ควรสวมหมวกป้องกันน้ำค้าง
3. เตรียมเสื่อ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาหารและน้ำดื่มตามความเหมาะสม
4. ไม่ควรไปโดยลำพัง ควรไปดูเป็นหมู่คณะ เด็กควรมีผู้ปกครองดูแล
5. รักษาความสะอาด และรักษาสภาพแวดล้อมของพื้นที่ในบริเวณที่ใช้ชมปรากฏการ


**แหล่งข้อมูล**
โปรแกรมท้องฟ้าจำลอง Stellarium จาก http://www.stellarium.org
สมาคมดาราศาสตร์ไทย
http://thaiastro.nectec.or.th
ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ http://www.lesaproject.com/

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ตอนกลางวันก็มีดาวนะจะบอกให้

เมื่อเรามองดูท้องฟ้าในเวลาค่ำคืนเราจะมองเห็นดวงดาวมากมายบนท้องฟ้า


เมื่อตอนกลางวันมาถึงเราก็จะมองไม่เห็นดวงดาว


แต่จริงๆแล้วดวงดาวบนท้องฟ้านั้นมีทั้งตอนกลางวันและกลางคืน


เชื่อผมไหมล่ะ


แต่ทำไมตอนกลางวันมองไม่เห็นล่ะ

เพราะตอนกลางวันมันมีแสงอาทิตย์ที่สว่างจ้าจนบังแสงดาวหมดรึเปล่า


เกือบๆถูกครับ แต่ก็ไม่ทั้งหมด



เพราะบนดวงจันทร์เราสามารถเห็นดาวได้ทั้งกลางวันและกลางคืน


ทำไมเป็นเช่นนั้นล่ะ???


ลองคิดดูว่าโลกของเรากับดวงจันทร์ต่างกันตรงไหนบ้าง


โลกเราใหญ่กว่าเหรอ ไม่น่าจะใช่


อะไรล่ะที่โลกมีแต่ดวงจันทร์ไม่มี?


คนเหรอ น้ำเหรอ ก็ยังไม่ใช่

สิ่งที่สิ่งที่โลกมีแต่ดวงจันทร์ไม่มีและทำให้เรามองไม่เห็นดวงจันทร์ก็คือ....

ชั้นบรรยากาศของโลกนั่นเอง

อากาศที่เราหายใจ ท้องฟ้าของเรา นั่นคือส่วนหนึ่งของชั้นบรรยากาศ


แล้วชั้นบรรยากาศทำให้เราไม่เห็นดวงดาวได้ยังไงล่ะ


มันมีที่มาอย่างนี้ครับ


แสงของดวงอาทิตย์ที่เข้ามายังโลกจะเป็นแสงสีขาว


แต่ในแสงสีขาวของดวงอาทิตย์นั้นมันจะประกอบด้วยสีหลายสีด้วยกัน


ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สเปคตรัมของแสง


เราเคยเห็นกันรึเปล่าไอ้ สเปคต้ง สเปตตรัม อะไรเนี่ย

ขอบอกว่า เราต้องเคยเห็นกันบ้างสักครั้งสองครั้งหละ


เวลาที่เราเห็นรุ้งกินน้ำยังไงล่ะครับ

สีของรุ้งที่เห็นเกิดจากการที่แสงอาทิตย์หรือแสงแดดของเรา


ตกกระทบกับหยดน้ำในมุมที่ต่างกันทำให้คลื่นแสงแต่ละสีมีการแยกตัวออกมาให้เราเห็นเป็นสีต่างๆของรุ้งยังไงล่ะครับ


แล้วรุ้งมันเกี่ยวอะไรกะที่เรามองไม่เห็นดาวตอนกลางวันล่ะ


ก็เพราะในสีรุ้งหรือสเปคตรัมของแสงที่มี 7 สี


ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลืองแสด แดง นั้น


พวกนี้มันมีลักษณะของแสงเป็นคลื่นด้วย


เหมือนคลื่นในทะเล เหมือนคลื่นวิทยุ


มีความยาวคลื่นไม่เท่ากัน

สีทางสีฟ้าจะมีความยาวคลื่นสั้นกว่าสีทางสีแดง


แล้วมันมีผลยังไงล่ะ ถึงทำให้เราไม่เห็นดาวตอนกลางวันได้น่ะ

ก็เพราะตอนกลางวัน ดวงอาทิตย์จะทำมุมกับโลกตรงจุดที่เราอยู่ เช่น ประเทศไทย


ในแนวที่เป็นมุมเกือบตั้งฉากกับเรา


เช่น ในตอนกลาววันที่เราเห็นพระอาทิตย์ตรงกับหัวเรา ก็คือตั้งฉากกับพื้นนั้นเอง


แสงของดวงอาทิตย์ที่เห็นเป็นสีขาว


ที่ประกอบด้วยเจ็ดสีที่ผ่านเข้าในโลกนั้น


มันก็หนีไม่พ้นที่จะต้องผ่านชั้นบรรยากาศด้วย

เวลาที่แสงอาทิตย์ผ่านชั้นบรรยากาศนั้น


แสงทางด้านสีฟ้าจะชนกับโมเลกุลของอากาศ


และเกิดสิ่งที่เรียกว่าการกระเจิงแสง
กระจายแสงสีฟ้าออกมาให้เรามองเห็นเป็นฟ้าสว่างจนบดบังแสงของดวงดาวไปจนหมด


บางคนยังสงสัยว่าการกระเจิงแสงคืออะไรล่ะ


อธิบายอาจจะไม่เข้าใจหนักกว่าเก่า


ก็ของให้ทดลองหรือนึกถึงสิ่งต่อไปนี้

1. เวลาเราฉายไฟไปในหมอกจะทำให้เราเห็นไฟสว่างเป็นลำแสงยาวๆ



2.เวลาเราฉายไฟไปในน้ำขุ่นๆ หรือน้ำนม จะเห็นเป็นลำแสงในแก้วน้ำ หรือน้ำนมนั้น





นั่นแหละที่เรียกว่าการกระเจิงแสง

ด้วยเหตุนี้นี่เองเราจึงเห็นฟ้าเป็นสีฟ้าในตอนกลาววัน และมองไม่เห็นดวงดาว


เมื่อถึงตอนกลางคืนไม่มีแสงอาทิตย์ให้เกิดการกระเจิงแสงสีฟ้า


ฟ้าจึงไม่มีอะไรบดบังแสงของดวงดาวได้


เราจึงยังคงมองเห็นดวงดาวได้ในเวลากลางคืนไงครับ

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2551

โปรแกรมระบบสุริยะจำลอง Solar System Simulator



หลังจากเราได้ระบบท้องฟ้าจำลองไปเป็นสื่อในการสอนเกี่ยวกับท้องฟ้าแล้ว ครั้งนี้ก็จะมาเจาะลึกไปในเรื่องของระบบสุริยะ ก็มีสื่อมาให้ท่านได้นำไปใช้กันอีกเช่นเคย เป็นโปรแกรมที่มีชื่อว่า Solar System Simulator Education ตามชื่อก็บอกแล้วครับว่า การศึกษาระบบสุริยะจำลอง เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการสอนเรื่องเกี่ยวกับระบบสุริยะและเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับระบบสุริยะ เช่น การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ การเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ การเกิดกลางวัน การเกิดฤดู หรือแม้แต่การอธิบายเรื่องฝนดาวตก ที่จะมีการใช้ภาพเคลื่อนไหวที่จะสามารถนำไปใช้เป็นสื่อประกอบการสอนได้เลยครับ การใช้นั้นก็ค่อนข้างง่าย สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้สำหรับอ่านในคู่มือได้เลยครับ เป็นคู่มือที่ทางศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ร่วมกันจัดทำขึ้นเป็นภาษาไทยครับ ก็ต้องขอขอบคุณแทนผู้ที่สนใจทางดาราศาสตร์ทุกคนในที่นี้ด้วยนะครับ คุณครูที่สอนดาราศาสตร์และผู้ที่สนใจก็สามารถดาวน์โหลดไปอ่านศึกษาการใช้งานได้เลยครับ หรือไปที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของทางศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ที่ http://www.lesaproject.com/

คู่มือการใช้งานโปรแกรมระบบสุริยะจำลอง Solar System Simulator Education(ภาษาไทย)



ส่วนตัวโปรแกรมนี้จริงๆแล้วเป็นของชาวญี่ปุ่นท่านหนึ่งทำขึ้นครับ รายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมก็เข้าไปอ่านได้ในเว็บอย่างเป็นทางการของโปรแกรมที่ http://www.sssim.com/

ก็นับเป็นโปรแกรมที่น่ามีไว้ใช้อีกตัวหนึ่งสำหรับคนที่ทำการสอนวิชาดาราศาสตร์ หรือผู้ที่สนใจทางดาราศาสตร์ ก็ลองศึกษาและลองฝึกหัดใช้กันดูนะครับ

โปรแกรมระบบสุริยะจำลอง Solar System Simulator Education
http://www.ziddu.com/download/2868990/SssimEdu.rar.html

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551

โปรแกรมท้องฟ้าจำลอง Stellarium


วิชาดาราศาสตร์เป็นวิชาที่สร้างปัญหาให้กับครูผู้สอนวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นวิชาที่ดูไกลตัว และยากต่อการอธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจได้โดยง่าย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับทรงกลมท้องฟ้า การเคลื่อนที่ของกลุ่มดาว ดวงดาวและกลุ่มดาวต่างๆบนท้องฟ้า การอธิบายโดยตัวผู้สอนเองอาจไม่สามารถสร้างภาพให้ผู้เรียนเข้าใจได้มากพอ การมีสื่อที่จะสามารถทำให้เห็นภาพของท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน ย่อมสามารถช่วยเป็นสื่อให้คุณครูทุกท่านได้นำไปใช้แสดงให้ผู้เรียนได้เห็นภาพของเรื่องราวทางดาราศาสตร์ และเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น

โปรแกรมท้องฟ้าจำลองเป็นโปรแกรมที่ใช้เป็นสื่อการสอนทางดาราศาสตร์ชนิดหนึ่งที่นำมาใช้ในการสอนวิชาดาราศาสตร์ได้เป็นอย่างดียิ่งชนิดหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมหรือแม้แต่ในปัจจุบันก็อาจจะไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเท่าไรนักในการเรียนการสอนดาราศาสตร์ โปรแกรมที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกัน เช่น โปรแกรม Starry Night เป็นโปรแกรมท้องฟ้าจำลองที่อาจจะมีใช้อยู่บ้างในสถานศึกษาบางแห่ง และหน่วยงานที่ให้บริการด้านวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ เช่น ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการซื้อหามาใช้ในราคาที่ค่อนข้างแพง โดยเฉพาะถ้าเป็นโปรแกรมรุ่นใหม่ๆที่มีระบบการใช้งานหรือรายละเอียดการควบคุมที่ซับซ้อนจะมีราคาตั้งแต่หลักหลายพันบาทจนถึงหลายหมื่นบาทเลยทีเดียว
แต่สำหรับโปรแกรมที่จะนำมานำเสนอให้คุณครูและท่านผู้ปกครองได้รู้จักและแบ่งปันกันนำไปใช้กันนี้เป็นโปรแกรมท้องฟ้าจำลองที่แจกฟรีสำหรับนำไปใช้เพื่อการศึกษา มีชื่อเรียกว่า Stellarium มีลักษณะเป็นซอฟต์แวร์ท้องฟ้าจำลองแบบ 3 มิติ แสดงภาพท้องฟ้าเหมือนจริง สามารถสภาพของท้องฟ้า ดวงดาว และยังเลือกแสดงเส้นกลุ่มดาว รูปภาพกลุ่มดาว ชื่อของดวงดาวต่างๆ ชื่อกลุ่มดาวที่เป็นกลุ่มดาวสากล รวมถึงจำลองการเคลื่อนที่ของทรงกลมท้องฟ้า และยังเลือกเวลาและสถานที่ที่ใช้ในการสังเกตได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้สอนดูดาวประกอบท้องฟ้าจริง หรือใช้สอนประกอบการใช้แผนที่ดาว ถ้าท่านที่สนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโปรแกรมนี้ ที่ http://www.stellarium.org

ปัญหาอย่างหนึ่งของโปรแกรมนี้และโปรแกรมท้องฟ้าจำลองอื่นๆก็คือ ส่วนใหญ่จะใช้ภาษาอังกฤษในเมนูต่างๆ ทำให้หลายท่าน รวมทั้งผมเองต้องปวดหัวกับการแปลภาษาอังกฤษเหล่านี้มาเป็นภาษาที่ผมเข้าใจได้อยูพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับประโยชน์ของมันก็คุ้มอยู่พอสมควรครับ และนอกจากนี้ยังมีผู้ใหญ่ใจดีได้ทำคู่มือการใช้งานที่เป็นภาษาไทยให้เราได้ทำความเข้าใจกันได้ง่ายๆแล้วด้วย ซึ่งต้องขอบคุณทาง โครงการ LESA ที่ย่อมาจาก Learning module on Earth Science and Astronomy ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างหอดูดาวเกิดแก้ว ของท่าน อ.ฐากูล เกิดแก้ว โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว. มาสร้างสื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์โลกและอวกาศให้คุณครู และผู้ที่สนใจได้นำไปใช้กันได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการพัฒนาการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์โลก และอวกาศของไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นครับ ถ้าท่านใดสนใจก็สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lesa.in.th ได้เลยครับ แต่ถ้าท่านไม่ได้รีบอะไรและไม่อยากจะค้นด้วยตนเอง ผมเองก็เสนอตัวจะนำสื่อต่างๆจากหลายๆที่มาแนะนำให้ท่านรู้จัก และใช้ความรู้เท่ามีอยู่เล็กน้อยของผมเองช่วยอธิบายวิธีใช้เพิ่มเติมในบางส่วนให้ทุกท่านได้นำไปใช้ได้อย่างมีความเข้าใจและสนุกกับการเรียนรู้มากยิ่งขึ้นครับ

สำหรับโปรแกรมท้องฟ้าจำลอง Stellarium จะไปดาวน์โหลดจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ http://www.stellarium.org เลยก็ได้ครับ หรือดาวน์โหลดจากลิงค์ข้างล่างนี้ได้เช่นกันครับ

http://www.ziddu.com/download/2855540/stellarium.rar.html

สำหรับคู่มือการใช้งานภาษาไทยนี้เป็นผลงานของ อ.วิเชียร เพียงโงก ร่วมกับ อ.ฐากูร เกิดแก้ว และเป็นลิขสิทธิ์ของโครงการ LESA ก็ขอให้ใช้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษานะครับ และเวลานำไปใช้ก็อย่าลืมอ้างอิงแหล่งที่มาและผู้จัดทำด้วยนะครับ

http://www.ziddu.com/download/2855583/how_to_use_stellarium-v0.9.0.doc.html

หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของทุกท่านที่จะนำไปศึกษาและทดลองใช้แล้วนะครับ จะให้ดีก็ควรจะศึกษาพื้นฐานทางด้านดาราศาสตร์เพิ่มเติมด้วยนะครับจะได้ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ ซึ่งผมเองก็จะพยายามหาขอมูลทางด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจมานำเสนอให้ทุกท่านได้ร่วมกันศึกษาเพิ่มเติมเรื่อยๆครับ หากมีคำถามหรือจะแนะนำหรือติชมใด้ๆก็แนะนำมาได้เลยครับ เพื่อที่เราจะได้ศึกษาไปพร้อมๆกัน ผมเชื่อว่าการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้กันจะเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ของเราได้ดีที่สุด โดยพูดคุยกันผ่านระบบความคิดเห็นหรืออีเมลและMSN ได้ที่ orca_hamoo18@hotmail.com ครับ ดาราศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่ยาก และเป็นวิชาที่น่าสนใจมากๆจริงๆครับ อยากให้ทุกท่านได้ลองศึกษากันดูครับ

***แหล่งข้อมูล***

เว็บไซต์โปรแกรมท้องฟ้าจำลอง Stellarium http://www.stellarium.org
เว็บไซต์โครงการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ http://www.lesa.in.th

"ยากจัง ไม่สนุกเลย" ปัญหาใหญ่การสอนวิทยาศาสตร์

คุณครูที่ทำหน้าที่สอนวิชาดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ จะด้วยเพราะเป็นสาขาที่เรียนมา ซึ่งท่านได้เปรียบที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว ส่วนบางท่านที่ไม่ได้ศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์มาโดยตรง ก็จะยิ่งจะมีความยากลำบากในการสอนวิชาวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น

แต่ถึงจะเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์มาโดยตรงแต่การสอนด้านดาราศาสตร์และการสอนวิทยาศาสตร์ให้สนุกก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี เพราะวิชาดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์มักจะเป็นวิชาที่ผู้เรียนมีความคิดว่าเป็นสิ่งที่ยากมาก่อนที่จะเริ่มเรียนเสียอีก การหาวิธีการและเทคนิคการสอนที่ดีและทำให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง

จากประสบการณ์ของผมเองในการทำกิจกรรมการสอนด้านวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสมุทรสาคร ซึ่งเป็นหน่วยงานในการส่งเสริมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านการสอนดาราศาสตร์ รวมถึงการค้นคว้าด้วยตนเอง จึงมีข้อมูลและวิธีการสอนทั้งทางด้านดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ด้านอื่นๆที่จะทำให้ผู้เรียนได้รู้สึกสนุกกับการเรียนการสอนด้านดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ในด้านอื่นๆ จึงอยากจะนำสื่อและความรู้เหล่านี้มาแบ่งปันให้คุณครูที่ทำการสอนดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่ท่านผู้ปกครองที่จะนำไปใช้กับบุตรหลานของท่านได้นำความรู้และสื่อต่างๆเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนให้กับผู้เรียนโดยเฉพาะเด็กๆได้สนุกสนานกับการเรียนการสอนด้านดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่อไปครับ

สื่อที่ผมเองจะนำมาแบ่งปันให้กับทุกท่านในBlogนี้ ก็เป็นสื่อที่มาจากความคิดของผมเองบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสื่อที่มีผู้คิดไว้และผมนำมารวบรวม เพื่อมาแบ่งปันให้ทุกท่านได้นำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนให้เด็กๆของเราได้เรียนดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ได้อย่างสนุกสนานมากขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาให้สังคมของเราเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เพื่อเป็นการพัฒนาประเทศชาติของเราให้มีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างยั่งยืนครับ ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าของสื่อที่ผมนำมาแบ่งปันทุกๆท่านเป็นอย่างยิ่งครับ